เรื่องเล่าจากพี่หมอโอ๊ต พงศกร เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ในฐานะ "บรรณาธิการ" เนื่องในโอกาสได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรของงาน "อบรมบรรณาธิการอาชีพหลักสูตรพิเศษ2" ของชมรมบรรณาธิการไทย ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 62

--


ผมเป็นบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ Groove Publishing มาสิบปีแล้ว และ
เป็นบรรณาธิการของเว็บนิตยสารออนไลน์ อ่านเอา : anowl.co มา 2 ปี

แต่ถ้านับขำๆ ผมเป็นบรรณาธิการวารสารละแวกบ้านเรา นิตยสารทำมือที่ทำเล่นๆ กันเองสมัยเด็กๆ มาตั้งแต่ตอนอายุ 12 ปี

นับถึงตอนนี้กฌนานเกือบสี่สิบปีแล้ว ถึงเป็นหนังสือเด็กๆ แต่ก็ออกกันต่อเนื่องมาถึง 24 ฉบับ ก่อนที่กองบรรณาธิการจะแตกกระสานซ่านเซ็นกันไป นิตยสารเลยต้องปิดตัวไปในที่สุดนะครับ

ผมไม่เคยเรียนการเป็นบรรณาธิการมาจากไหน แต่เมื่อมาสวมหมวกบรรณาธิการ ก็อาศัยเก็บเกี่ยวจากประสบการณ์ที่เคยทำงานกับบรรณาธิการหลายๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ (สกุลไทย), คุณพนิดา ชอบวณิชชา(ขวัญเรือน), พี่ชาลี ชุลิตา (พลอยแกมเพชร), น้องต่อ เอกชยา (Volume) และอีกหลายๆ ท่านที่ผมไม่ได้เอ่ยถึง

จดจำสิ่งดีๆที่ทุกท่านทำให้ จดจำคำสอน และสิ่งที่บรรณาธิการปฏิบัติต่อเรา เมื่อถึงคราวตัวเอง จึงนำเอาสิ่งดีๆเหล่านั้นมาปรับใช้

แต่การเป็นบรรณาธิการในโลกปัจจุบันนี้ไม่ง่าย ผมคิดว่าคนเป็นบรรณาธิการในปัจจุบัน นอกจากจะต้องพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ยังจะต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการ ฟัง พูด อ่าน และเขียน

ผมเขียนแผนภูมินี้ขึ้นมา เพราะคิดว่าบรรณาธิการจะต้องทำงานประสานกับทั้งสี่ภาคส่วนที่สำคัญ ได้แก่ตัวนักเขียน นักอ่าน สำนักพิมพ์ และตลาดวรรณกรรมครับ

นักเขียน เป็นบุคคลสำคัญ เพราะเป็นต้นธารที่ทำให้เกิดผลงาน นักเขียนมีหลายแบบ ที่ ego สูงก็มีไม่น้อย ที่ติสต์แตกก็มีไม่น้อย ที่เก็บตัว ไม่ชอบปฏิสัมพันธ์ก็มีไม่น้อย นักเขียนแต่ละคนมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน บรรณาธิการจะมองเห็นหรือไม่ และสามารถดึงเอาศักยภาพของนักเขียนมาใช้ได้หรือเปล่า

นักอ่านก็คือคนที่มีความสำคัญมากไม่แพ้กัน ถ้าไม่มีนักอ่าน ก็ไม่มีนักเขียน วันนี้นักอ่านชอบอะไร บรรณาธิการรู้หรือไม่ บรรณาธิการสามารถเลือกสรรงานให้ตรงกับใจของนักอ่านได้หรือเปล่า

สำนักพิมพ์คือบ้านของนักเขียน คือแหล่งผลิตผลงานออกมาสู่มือของนักอ่าน บรรณาธิการรู้จักสำนักพิมพ์ของคุณดีแค่ไหน รู้วัตถุประสงค์ รู้เป้าหมายของสำนักพิมพ์ รู้จุดแข็งจุดอ่อนของสำนักพิมพ์แต่ละแห่งหรือเปล่า

และที่สำคัญมากๆ คือตลาดวรรณกรรม

วันนี้ตลาดวรรณกรรมเป็นอย่างไร ผู้อ่านส่วนใหญ่คือคนกลุ่มไหน ความนิยมของ platform ปัจจุบันเป็นอย่างไร หนังสือดีแค่ไหน แต่ถ้าออกมาในช่วงที่คนไม่นิยมก็เป็นเรื่องยากที่จะขายได้

เหล่านี้เป็นต้นครับ

 

การเป็นบรรณาธิเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้อง balance วงกลมทั้งสี่ให้ดี และที่สำคัญคือ การทำงานกับทัศนคติกับตัวเอง เป็นเรื่องสำคัญและยากมาก

วันที่เป็นนักเขียนอย่างเดียว ผมมักจะมองงานในแนวแคบๆของตัวเอง แต่วันที่มาเป็นบรรณาธิการด้วย ต้องทำงานกับตัวเองมาก ในการที่จะมองทุกอย่างให้เป็น 360 องศามากขึ้น


ยากครับ

ยอมรับว่าผมยังไม่เก่ง มีอะไรที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาตัวเองอีกเยอะมาก

เหนื่อยครับ

แต่สนุก

และคงจะมุ่งมั่นทำหน้าที่นี้ต่อไปให้ดีที่สุด

ปล.1 ในหมวกของความเป็นนักเขียน ผมเองก็ต้องมีบรรณาธิการเช่นกัน ผมยังเชื่อเสมอว่า นักเขียนไม่ควรเป็นบรรณาธิการให้ตัวเอง เพราะเราจะมองไม่เห็นจุดบกพร่องของเราหรอกครับ บรรณาธิการก็คือกระจกเงา ที่จะส่องสะท้อนให้เราเห็นตัวตนที่แท้จริง

ปล.2 - หยิบวารสารละแวกบ้านเรามาถ่ายรูป ในนิตยสารของเรา มีนิยายจีนลงให้อ่านด้วยนะ นี่เราล้ำยุคมาตั้งแต่พ.ศ.นั้นแล้วนะเนี่ย 5555